สถานที่เกิดมูลคดีกรณีขายลดเช็ค

มาตรา 4 เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น
(1) คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ใน ราชอาณาจักรหรือไม่
(2) คำร้องขอ ให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือ ต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล”

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นฟังได้ยุติว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน และได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบกิจการเงินทุน โจทก์โดยนายคียิน แซ่วู และนายสุรพล กุลศิริกรรมการผู้มีอำนาจได้มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ เธียรวงศ์เสถียร ดำเนินคดีแทนเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2533 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายลดเช็คกับโจทก์โดยตกลงว่าจะนำเช็คมาขายลดเป็นคราว ๆ ไป หากเช็คที่นำมาขายถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี หรืออัตราใหม่ที่โจทก์มีสิทธิปรับได้ จำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้จนสิ้นเชิง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2537 จำเลยที่ 1 นำเช็คธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว ลงวันที่ 26ตุลาคม 2537 จำนวนเงิน 1,000,000 บาท มาขายลดให้แก่โจทก์แต่เมื่อเช็คที่นำมาขายลดดังกล่าวถึงกำหนดปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน

          คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อแรกว่าโจทก์ไม่มีอำนาจเสนอคำฟ้องต่อศาลชั้นต้น (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) เพราะมูลคดีเกิดที่ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค และอยู่ในเขตอำนาจของศาลแพ่งนั้น เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ก็ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสองเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1) บัญญัติว่าคำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ คำว่า มูลคดีเกิดขึ้น หมายถึง เหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้องคดีนี้ ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) จำเลยที่ 1ทำสัญญาขายลดเช็คกับโจทก์ ณ ที่ทำการของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 เช็คที่จำเลยที่ 1 นำมาขายลดถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามสัญญาขายลดเช็คและสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ โดยหาได้ฟ้องแต่เพียงให้ผู้สั่งจ่ายรับผิดชำระเงินตามเช็คเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้องจึงเกิดขึ้นในเขตศาลชั้นต้น (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1) โจทก์จึงมีอำนาจเสนอคำฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้น (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น”

          พิพากษายืน

โดย ทนายความ,ทนาย,ปรึกษากฎหมาย,สำนักงานทนายความ,สำนักงานกฎหมาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s