สัญญาระหว่างสมรส

มาตรา 1469 สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินใดที่สามีภริยาได้ทำไว้ต่อกัน ในระหว่างเป็นสามีภริยากันนั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใด ที่เป็นสามีภริยากันอยู่ หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการ เป็นสามีภริยากันก็ได้ แต่ไม่กระบทกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอก ผู้ทำการโดยสุจริต
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาโดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2533 มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ เด็กชายถิระวัฒน์ตาลสกุล เกิดวันที่ 26 พฤษภาคม 2534 และเด็กชายอภิวัฒน์ ตาลสกุลเกิดวันที่ 8 กรกฎาคม 2535 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2537 โจทก์และจำเลยตกลงที่จะหย่ากันโดยให้ร้อยตำรวจเอกขวัญชัย กองศักดิ์พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวทำบันทึกข้อตกลงไว้ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.5 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า จำเลยต้องชำระเงินจำนวน 500,000 บาท ให้แก่โจทก์หรือไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี ซึ่งศาลชั้นต้นได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญาเพราะตามเอกสารหมาย จ.5 ไม่ได้ให้สิทธิไว้จำเลยก็ได้ยกขึ้นอุทธรณ์ว่า จำเลยยกเลิกสัญญาแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเป็นการไม่ชอบ จำเลยจึงมีสิทธิยกขึ้นฎีกาศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้ไปเสียเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนเห็นว่า บันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 แม้จะมีข้อตกลงว่าโจทก์และจำเลยตกลงหย่ากัน แต่ตราบใดที่ยังไม่ไปจดทะเบียนหย่าก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันอยู่ เมื่อข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่โจทก์จำเลยได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากันนั้น ดังนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้…ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 เมื่อจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ได้บอกเลิกข้อตกลงแล้ว โจทก์ไม่ได้ให้การแก้ฟ้องแย้งปฏิเสธว่าไม่มีการบอกล้าง จึงถือว่าโจทก์ยอมรับตามที่จำเลยให้การและฟ้องแย้ง นอกจากนี้คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอหย่า การที่จำเลยยื่นคำให้การและอ้างว่าบอกเลิกข้อตกลงแล้วย่อมถือได้ว่าคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการแสดงเจตนาบอกล้างไปในตัวและเป็นการบอกล้างในขณะยังเป็นสามีภริยากันอยู่ยังไม่มีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ถือได้ว่าบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ดังกล่าว จำเลยได้มีการบอกล้างแล้วจึงไม่มีผลบังคับแก่โจทก์จำเลยอีก ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 500,000 บาท เกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่โจทก์ได้ หากโจทก์มีสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวแก่กันตามสิทธิต่อไปฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นที่เกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 อีกต่อไป”
          พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงินจำนวน 500,000บาท แก่โจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะไปฟ้องแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาเป็นคดีใหม่ ภายในอายุความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

One thought on “สัญญาระหว่างสมรส

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s