ทนายคดีล้มละลาย,ทนายความคดีล้มละลาย : ไม่มี ไม่มี ไม่ล้มละลาย

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

 
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้คอลัมท์ เรื่องจริงจำเลยชนะคดี : ล้มละลาย นำเสนอ ทุกท่านเรื่อง ไม่มี ไม่หนี้ ไม่ล้มละลาย เรื่องนี้เริ่มต้นตรงที่   ลูกหนี้   (ในคดีล้มละลายเขาเรียกจำเลยว่าลูกหนี้ครับ)ได้ทำการกู้ยืมเงินไปจากเจ้าหนี้ ก .( ในคดีล้มละลายเขาเรียกโจทก์ว่าเจ้าหนี้ครับ) มูลค่าของการกู้ยืมกันในครั้งนี้ก็หลักล้านบาทเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินกิจการธุรกิจของตัวลูกหนี้เองครับ โดยลูกหนี้ได้นำที่ดินมาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมด้วย
           จากนั้นลูกหนี้ก็ส่งชำระหนี้เรื่อยมาครับ จนเกิดสภาวะขาดทุนขึ้นมากับธุรกิจ สุดท้ายธุรกิจก็ไปไม่รอดครับ หนี้ที่ยังค้างจ่ายคืนแก่เจ้าหนี้ ก.จึงยังเหลือยอดอยู่อีก ๒ ล้านครับ แต่เจ้าหนี้ ก. เขาใจดีครับก็เลยบอกว่า ให้ลูกหนี้เขามาหาเจ้าหนี้ ก. ซะเพื่อทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้กันก็แล้วกัน ลูกหนี้จึงตัดสินใจเข้าไปทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้เอาไว้กับเจ้าหนี้ ก. ครับ ต่อมา ๒ ปี ๑ วันผ่านไปเจ้าหนี้ ก. รายหนี้นำหนี้ตามหนังสือสัญญารับสภาพหนี้มาฟ้องให้ลูกหนี้รายนี้รับผิดชอบชดใช้ตามสัญญาครับ
            ซึ่งก่อนจะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ฝั่งทนายความของเจ้าหนี้ ก.ก็ได้ทำการคัดทะเบียนราษฎร์ของลูกหนี้และได้นำส่งหนังสือทวงถามไปตามที่อยู่ที่ปรากฎในทะเบียนราษฎร์และก็มีลายมือชื่อลูกหนี้เป็นผู้รับเอกสารด้วยตนเอง แต่ไม่มีใครทราบได้ว่า ลูกหนี้จงใจหรือไม่ประการใดครับ หลังจากนั้นอีกแค่ ๑ วัน นับจากได้รับเอกสาร ลูกหนี้ได้ย้ายบ้านและย้ายทะเบียนบ้านไปอีกที่หนึ่งครับ(เพราะโดนเจ้าหนี้คดีอื่นยึดไล่ที่เอาครับ) จากนั้นไม่นานเจ้าหนี้ ก. รายนี้ก็ได้ยื่นฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดแห่งหนึ่งครับ
            ผลปรากฎว่าเจ้าหน้าที่นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไปตามทะเบียนราษฎร์อันเก่าซึ่งใช้ในตอนส่งหนังสือทวงถาม ไม่ใช่คัดมาใหม่ในตอนฟ้องอีกทีหนึ่ง ก็เลยมีการปิดหมายเอาไว้หน้าบ้านที่ไม่มีคนอยู่ และพอถึงเวลาก็ปรากฎว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันนัดอีกต่างหากครับ(เข้าใจว่าคงไม่ทราบเรื่องวันนัด) และในคดีแพ่ง ศาลยกเหตุคดีขาดอาความขึ้นยกฟ้องเองไมได้ครับ   ดังนั้นลูกหนี้ก็แพ้คดีไปซิครับ ที่ดินหลักประกีนการใช้หนี้ก็เลยถูกยึดไปด้วย แต่ก็ยังเหลือทรัพย์อย่างอื่นอยู่บ้าง
            ต่อมาเจ้าหนี้ ข. รายนี้ ทราบว่า ลูกหนี้ยังมีทรัพย์แสินเหลืออยู่และมีหนี้อยู่อีกหลายรายก็เลยรวมตัวกันมาฟ้องลูกหนี้รายนี้เป็นคดีล้มละลายครับโดยเอาคดีของเจ้าหนี้ ก. รายนี้เป็นที่ตั้งครับ ว่าลูกหนี้จงใจประวิงเวลาในการใช้หนี้ โดยยอมให้ตนเองถูกศาลพิพากษาให้แพ้คดีเพื่อให้เขาหลักเกณฑ์ การสันนิษฐานตามข้อกฎหมายว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว(แปลว่า มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินและไม่มีหนทางใดที่จะใช้หนี้ได้) เอาหละซิครับเป็นเรื่องเลย คราวนี้ในคดีล้มละลายนี้     ลูกหนี้ได้รับเอกสารคำฟ้องก็ร้อนใจเลยครับเพราะกิจการกำลังจะเข้าที่แล้ว จะมาโดนฟ้องล้มละลาย ทำยังไงดีๆ สุดท้ายคดีนี้ก็เดินทางมาจนมีคำพากษาว่า(คร่าวๆ) ม.๘(๔) ง. นั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ลูกหนี้สามารถที่จะนำสืบเป็นอย่างอื่นได้ มิใช่ว่าเมื่อเจ้าหนี้นำสืบว่าลูกหนี้มีพฤติการณ์ตาม ม.๘(๔) ง.แล้ว จะต้องฟังเป็นยุติว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแต่อย่างใดไม่ เมื่อลูกหนี้นำสืบรับฟังได้ว่า ตนเองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การจนเป็นเหตุให้แพ้คดีนั้น แต่เหตุที่แพ้คดีเกิดจากการที่เจ้าหน้านำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไป ณ.ภูมิลำเนาของลูกหนี้ตามที่อยู่ที่เก่า ซึ่งลูกหนี้มิได้อยู่อาศัยแล้วในขณะที่มีการนำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและลูกหนี้ได้ย้ายชื่ออกจากทะเบียนบ้านแห่งนั้น ไปเข้าทะเบียนบ้านอีกที่หนึ่งถูกต้องตามกฎหมายทุกประการแล้ว จึงยังไม่มีเหตุแน่นอนเพียงพอที่จะรับฟังว่า ลูกหนี้เป็นบุคคลผุ้มีหนี้สินล้นพ้นตัวได้   พิพากษายกฟ้อง
            เรื่องนี้ลูกหนี้จึงรอดจากการล้มละลายไปครับ แต่ทั้งนี้ลูกหนี้ก้อย่าดีใจไปนะครับ แนะนำว่าเป็นหนี้ก้ควรใช้หนี้ดีกว่าครับ สวัสดีครับ

โดย ทนายคดีล้มละลาย, ทนายความคดีล้มละลาย,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s