การเลื่อนขั้นนักโทษเด็ดขาด , การพักการลงโทษ. การขอพระราชทานอภัยโทษ,การย้ายนักโทษกลับภูมิลำเนาเดิม

         นักโทษเด็ดขาดคือ นักโทษที่คดีถึงที่สุดแล้วตามกฎหมายระบุไว้ คดีถึงที่สุด มีอยู่ ๓ กรณี ๑ ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว ๒ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาในกำหนด๓ไม่ได้ยื่นขอพิจารณาคดีใหม่ในเวลาตามกฎหมายกำหนด

๑)      การเลื่อนขั้นนักโทษเด็ดขาด

๑กรณีปกตินักโทษชั้นเลวจะเลื่อนขั้นเป็นชั้นกลางต้องเป็นนักโทษอยู่ในชั้นเลวไม่น้อยกว่า ๑ ปีกรณีถูกลดชั้นนักโทษ หากอยู่ชั้นเลวไม่ถึง ๑ ปีต้องถูกคุมขัง ๑ ปี ๖ เดือนขึ้นไป

๒ นักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง คือนักโทษที่ถูกคุมขังใหม่ โดยนักโทษชั้นกลางจะเลื่อนเป็นชั้นดีได้ ต้องเป็นนักโทษอยู่ในชั้นเดิมอย่างน้อย ๓ เดือนและไม่ถูกลดชั้นนักโทษหรือ ถูกคุมขังมาไม่น้อยกว่า ๖ เดือน

๓ นักโทษชั้นชั้นดีจะเลื่อนเป็นชั้นดีมากได้ ต้องเป็นนักโทษอยู่ในชั้นเดิมอย่างน้อย ๖ เดือน

๔ นักโทษชั้นชั้นดีมากจะเลื่อนเป็นชั้นเยี่ยมได้ ต้องเป็นนักโทษอยู่ในชั้นเดิมอย่างน้อย ๖ เดือน

      กำหนดการเลื่อนขั้นนักโทษ                 

๑เดือนมิถุนายนของทุกปี

๒เดือนธันวาคมของทุกปี

    คุณสมบัติของผู้ที่จะได้เลื่อนขั้นนักโทษ

๑มีความประพฤติเรียบร้อยอยู่ในระเบียบของเรือนจำ

๒ตั้งใจรับการฝึกอบรมมาด้วยดี

๓ มีความวิริยะ อุสาหะ ขยัน ทำงานเพื่อราชการหรือส่วนรวม

๔ สอบผ่านขั้นตอนการทดสอบของเรือนจำ

     การเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษ

         เป็นการเลือนชั้นก่อนกำหนดเวลา หรือการเลื่อนข้ามชั้น ตามกฎกระทรวงข้อ 81 82 การเลื่อนชั้นกรณีพิเศษเป็นอำนาจของอธิบดีที่จะพิจารณาอนุมัติ นักโทษเด็ดขาดที่ขออนุมัติเลื่อนชัน นอกจากจะมีคุณสมบัติเหมือนนักโทษเด็ดขาดกรณีปกติแล้ว จะต้องเป็นผู้ที่ได้ประกอบคุณงามความดีหรือทำความชอบให้แก่ทางราชการดีเด่นเป็นพิเศษอีกด้วยเช่นเข้าต่อสู้ขัดขวางป้องกันการแหกหักเรือนจำ หรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำหรือผู้อื่นขณะตกอยู่ในอันตราย หรือเสียงอันตรายเข้าทำการป้องกันจับกุมผู้ต้องขังที่ก่อการจราจล หรือก่อเหตุร้ายขึ้นภายในเรือนจำหรือทำการดับเพลิงในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้อาคารสถานทีของเรือนจำ หรือเหตุอืนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

 

 

 

 

๒)    การพักการลงโทษ

 คือการที่ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี มีความวิริยะ อุสาหะ ทำความดีความชอบแก่ราชการเป็นพิเศษ และถูกจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของกำหนดโทษหรือ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีสำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิต กลับไปอยู่กับครอบครัว โดยมีพนักงานคุมประพฤติเป็นผู้ดูแล

             โดยอ า จ ได้รับ ก า ร พัก ก า ร ล ง โ ท ษ ต า มกฎกระทรวง ฉบับที! 14 (พ.ศ.2553) ข้อ 92วรรคสอง ดังนี้

๑  ชั้นเยี่ยมไม่เกิน 1 ใน 3

๒ ชั้นดีมากไม่เกิน 1 ใน 4

๓ ชั้นดีไม่เกิน 1 ใน 5

   จากกำหนดโทษที!ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาดในกรณีที!มีการพระราชทานอภัยโทษให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด

   โดยผู้ได้รับการพักโทษต้องผ่านการคัดเลือกบุคคลตามหลักเกณท์ที่กลาวมาโดยทางเรือนจำจะเป็นผู้คัดเลือกและส่งรายชื่อไปที่กรมราชทัณท์เพื่อพิจารณาอนุญาตอีกครั้ง

 

๓)     การขอพระราชทานอภัยโทษ

มีอยู่ ๒ กรณี คือ แบบรายบุคคลหรือหมู่คณะ  หรือแบบทั่วไป

แบบรายบุคคลหรือหมู่คณะ  

๑ผู้ที่ยื่นได้ คือ ผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดหรือญาติ เท่านั้น(ทนายความยื่นให้ไม่ได้)

๒วิธีการและขั้นตอน ผู้ถูกคุมจัดเตรียมเอกสารต่างๆตามที่กำหนด ยื่นเจ้าหน้าที่เรือนจำ จากนั้นเอกสารจะถูกจัดส่งไปที่กรมราชทัณย์ เพื่อนำเสนอแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อพิจารณานำเสนอ แก่พระมหากษัตริย์ต่อไปแล้วจึงส่งคำสั่งกลับมาที่เรือนจำ

๓เอกสารที่ต้องใช้

-แบบสอบสวนเรื่องราวทูลเกล้าถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษตามที่กำหนดไว้

-ฎีกา

-สำเนาคำพิพากษาที่มีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้องทุกชั้นศาล

-สำเนาหมายจำคุกและหมายลดโทษ(ถ้ามีการลดโทษ)

-ทะเบียนประวัติอาชญากรรม(เว้นนักโทษต่างประเทศ)

-สำเนาทะเบียนรายตัว(รท.๑๐๑)     

– บันทึกความเห็นแพทย์กรณีเป็นนักโทษประหารชีวิตหรืออ้างว่า บกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ

-คำสั่งถอดยศกรณีเป็น ทหารหรือตำรวจ เว้นแต่เป็นพลทหาร พลตำรวจ

-หนังสือจากสถานทูตรับรองการส่งตัวกลับต่างประเทศ(กรณีเป็นนักโทษต่างชาติ)

-เอกสารอื่นๆเช่น หนังสือรับรองความประพฤติจากผู้นำในชุมชนหรือเอกสาร,ภาพถ่ายการประกอบคุณงามความดีตามอ้างหรือภาพถ่ายการเจ็บป่วยตามอ้าง

แบบทั่วไป

กรณีนี้ผู้ต้องขัง คงเป็นแค่นักทาเด็ดขาดที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำและมีคุณสมบัติตามหลักเกณท์ที่จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวาระโอกาสสำคัญๆเท่านั้น ก็จะได้รับการอภัยโทษตามหลักเกณท์

 

๔)      การขอย้ายภูมิลำเนาของผู้ถูกคุมขัง

หลักเกณท์

๑เป็นนักโทษที่ไม่ถูกอายัดตัวตามคำสั่ง เว้นแต่จะถูกคำสั่งอายัดตัวในท้องที่ของเรือนจำที่จะย้ายไป

๒มีความประพฤติเรียบร้อยและไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยของเรือนจำเป็นเวลากว่า ๒ ปีก่อนยื่นคำขอย้าย

 เงื่อนไข

๑ ถ้าโทษที่ได้รับไม่เกิน ๕ ปีต้องถูกคุมขังมาแล้ว ๑ ปีและเป็นนักโทษชั้นดีมาก

๒ถ้าโทษที่ได้รับเกิน ๕ ปีแต่ไม่เกิน ๑๐ ปี ต้องถูกคุมขังมาแล้ว ๒ ปีและเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

๓ถ้าโทษที่ได้รับเกิน ๑๐ ปี ต้องถูกคุมขังมาแล้ว ๓ ปีและเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

วิธีการยื่นคำขอ

-ยื่นต่อเรือนจำ ญาติหรือนักโทษ ยื่นคำร้องพร้อมกับแนบสำนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของนักโทษต่อเรือนจำ

-ยื่นต่อกรมราชทัณฑ์ ญาติยื่นคำร้องพร้อมกับแนบสำนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของนักโทษ ต่อ ส่วนงานย้ายนักโทษ สำนักงานทัณฑ์ปฎิบัติ

 โดย ทนายโคราช

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s