เครดิตบูโร

เครดิตบูโร

๑ เครดิตบูโร คืออะไร เครดิตบูโรเป็นคำเรียกสั้นๆ ที่เราๆท่านๆใช้เรียก บริษัทจัดเก็บข้อมูลทางการเงินของท่าน ชื่อเต็มๆของเขาคือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (national credict bureau co.,ltd) โดยระบบการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินของท่านก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ เพียงแค่ในตอนที่ท่านทำธุรกรรมทางการงเนกับ สถาบันต่างๆ  สถาบันทางการเงินต่างๆเหล่านั้นก็จะให้ท่านทำการกรอดแบบฟอร์มยินยอมให้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของท่านแก่ เครดิตบูโร ต่อไปเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่างๆตามที่ท่านร้องขอครับ

๒ ข้อมูลที่เครดิตบูโรจัดเก็บมีข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลของท่านที่จะถูกจัดเก็บนั้น คือ ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ที่อยู่และข้อมูลทางการเงินของท่านว่า ท่านชำระหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อครบถ้วนตามงวดที่ต้องจ่ายหรือไม่ อย่างใด โดยสถาบันการเงินที่ทำธุรกรรมด้วยนั้นจะเป็นผู้จัดส่งข้อมูลเหล่านี้มาให้ เครดิตบูโรจัดเก็บเป็นรายเดือนโดยเครดิตบูโรจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ของท่านย้อนหลังไปเป็นเวลา ๓ ปีหรือ ๓๖ เดือนครับ

๓การเข้าดูข้อมูลเครดิตบูโร ผู้ที่มีสิทธิเข้าดูข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินที่ถูกจัดเก็บที่เครดิตบูโรนั้น คือ สถาบันการเงินที่ท่านทำธุรกรรมทางการเงินด้วยและตัวของท่านเอง ซึ่งท่านสามารถเข้าไปขอดูข้อมูลต่างๆเหล่านี้ตามที่อธิบายที่ ส่วน บริหารข้อมูลผู้บริโภค บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดในวันและเวลาราชการ  ตามที่อยู่เหล่านี้ครับ

สำนักงานใหญ่
  บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
  999/9 ชั้น 10 อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์
  ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
  โทรศัพท์ : (66) 0-2612-5800
  โทรสาร : (66) 0-2612-5801-2

ศูนย์บริการตรวจเครดิตบูโร
  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่
  อาคาร 2 ชั้น 2
  เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
  โทรศัพท์ : (66) 0-2643-1250
  โทรสาร:   (66) 0 2612-5895

ส่วนบริหารข้อมูลผู้บริโภคและข้อโต้แย้ง:
  โทร : 0-2643-1250
  Email : Consumer@ncb.co.th

        โดยนอกเหนือจากบุคคลทั้งสองประเภทตามที่ผมกล่าวมาในข้างต้นแล้ว บุคคลอื่นนั้น จะไม่สามารถเข้าไปขอดูข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินของท่านได้แต่อย่างใดครับ เนื่องจากข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

 

๔  การติดแบล็คลิสคืออะไร การติดแบล็คลิส คือ การที่ท่านมีชื่อว่าเป็นผู้ผิดนัดชระค่าบัตรเครดิตหรือค่าสินเชื่อต่างๆตามที่ท่านได้ทำธุรกรรมกับสถาบันทางการเงินต่างไปแล้วครับ ซึ่ง มีหลายท่านเข้าใจว่า เครดิตบูโรเป็นผู้กำหนดว่าใครจะเป็นผู้ติดแบล็คลิส ซึ่งความเข้าใจตรงนี้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปกับความจริงครับ เนื่องจาก อย่างที่เรียนไปว่า เครดิตบูโร เป็นเพียงผู้เก็บข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินของท่านเท่านั้น ไม่มีอำนาจอะไรไปติดแบล็คลิสใครครับ เพียงแต่หากท่านเคยมีประวัติทางการเงินใน ๓ ปีนับจากวันที่ยื่นขอสินเชื่อต่างๆแล้ว ข้อมูลของท่านก็จะยังมีประวัติที่ไมดีที่จะถูกส่งให้สถาบันทางการเงินเพื่ออนุมัติสินเชื่อต่อไปครับ และสุดท้าย  ผู้ที่จะอนุมัติสินเชื่อต่างๆให้ท่านหรือไม่ก็คือ สถาบันการเงินเหล่านั้นตั้งหากครับ คือผู้ที่เป็นคนพิจารณาว่าท่านจะสามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้หรือไม่เพียงใด โดยพิจารณาจากข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงินของ่านในอดีตที่ผ่านมาเป็นเกณท์หลักครับ กล่าวคือเมื่อท่านยื่นขออนุมัติสินเชื่อต่างๆกับสถาบันทางการเงินแล้ว ทางสถาบันทางการเงินก็จะยื่นเอกสารที่ท่านเซ็นยินยอมเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของท่านแก่เครดิตบูโร เพื่อขอดูข้อมูลทางการเงินของท่านว่า ท่านเคยผิดนัดค้างชำระเงินต่างๆหรือไม่ เท่าใด เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติตามที่ท่านขอมาครับ ดังนั้นหากท่านเคยมีประวัติทางการเงินที่ไมดีคือ เคยผิดนัดจ่าค่างวดกับสถาบันทางการเงินใน ๓ ปีย้อนหลังขึ้นไปนับแต่วันที่ท่านยื่นคำขอแล้ว ท่านก็จะไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเนื่องจากยังมีข้อมูลทางการเงินที่ไม่ดีของท่านปรากฎอยู่ที่เครดิตบูโร นั่นเองครับ ดังนั้นที่ท่านๆเข้าใจว่ามีการติดแบล็คลิส นั้น ไม่ใช่ครับ เป็นแค่การที่ท่านยังคงมีข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับตัวท่านค้างอยู่ที่เครดิตบูโรอยู่แค่นั้นเองครับ

บทความโดย ทนายความนวพล ผ่องอำไพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s